IT IS TRUE ผู้ชายทำหัตถการจะรู้สึก เจ็บกว่า ผู้หญิง
ทำไมผู้ชายรู้สึกเจ็บกว่าผู้หญิงในตอนทำหัตถการความงาม อาจเกิดได้จากโนซิเซปต์ชั่น (nociception) ความหนาของผิวและฮอร์โมนที่ส่งผลต่อความเจ็บปวด ที่แตกต่างจากผู้หญิง จึงทำให้รู้สึกได้มากกว่า
Nociception vs Pain Perception คืออะไร
- โนซิเซปต์ชั่น (Nociception) ตัวรับสัญญาณความเสียหายจากเนื้อเยื่อ ผ่าน ปลายประสาทตัวรับ ในการส่งสัญญาณผ่านเส้นใยประสาทรับความรู้สึก A-delta fiber และ C fiber ขึ้นไปยังไขสันหลังและสมอง
- การรับรู้ความเจ็บปวด (Pain Perception) ทำหน้าที่ในการแปลงสัญญาณความรู้สึก “เจ็บ” ในสมอง ผ่านกระบวนการแปลงสัญญาณที่ได้รับอิทธิพลจากฮอร์โมน และประสบการณ์ส่วนตัว
ดังนั้น “เจ็บกว่า” อาจหมายถึงประสาทในการรับสัญญาณไวกว่า หรือ สมองแปลงสัญญาณเร็วกว่า นั่นเอง
ผิวผู้ชาย vs ผู้หญิง ต่างกันอย่างไร
1. ความหนาของผิว และประสาทรับรู้ความรู้สึก
ผิวผู้ชายหนากว่าผู้หญิงประมาณ 20–25% ในชั้นหนังแท้ เนื่องจาก testosterone ที่ทำหน้าที่ในการกระตุ้นการสร้าง collagen type I สูงกว่า ทำให้
- สัญญาณความร้อนและพลังงานเสียง (ultrasound) ต้องผ่านชั้นผิวที่หนากว่าจึงจะถึงจุดที่มีปัญหา
- หัตถการที่ใช้พลังงานความร้อนสูง เช่น โปรแกรม Thermage และโปรแกรม Ulthera ต้องกำหนัดค่าพลังงานให้สูงกว่า เพื่อให้ได้ผลที่เทียบเท่ากัน
- เส้นประสาทในการรับรู้ความรู้สึกในชั้นผิว มีความหนาแน่นต่อหน่วยน้อยกว่าในผิวหนา จึงรับสัญญาณได้น้อยกว่า
ผิวที่หนากว่า ไม่ได้แปลว่าเจ็บน้อยกว่า แต่หมายถึง พลังงานที่ต้องใช้สูงกว่า ทำให้เพิ่มความเจ็บปวด การสัมผัสความร้อนจากพลังงานของโปรแกรมยกกระชับ
2. ฮอร์โมน Testosterone กับ การรับรู้ความรู้สึก
ฮอร์โมน testosterone ช่วยให้เจ็บ ปวด น้อยลงทางอ้อม
- Testosterone กระตุ้นควบคุมความเจ็บปวดในร่างกาย ให้ลดลง
- ผู้ชายที่มีระดับ testosterone สูงกว่าผู้หญิง
เมื่อ ระดับ testosterone ลดลงตามวัย ผู้ชายอายุ 50+ มี testosterone ต่ำกว่ามาก จึงอาจรับความรู้สึกเจ็บปวดได้ใกล้เคียงกับผู้หญิงในวัยเดียวกัน
3. ฮอร์โมน Estrogen ในผู้หญิงส่งผลต่อการรับรู้ความเจ็บ
- ระดับ estrogen สูงจะกระตุ้นความอ่อนไหวในการรับความรู้สึกได้เร็วกว่า
- ระดับ estrogen ต่ำ (หลังหมดประจำเดือน) ความรู้สึกเจ็บจะเพิ่มขึ้น คล้ายกับผู้ชายสูงอายุ
ทำให้ผู้หญิงบางคนรู้สึกเจ็บมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับรอบเดือน (ถึง 30% ในช่วงเวลาต่างกันของรอบเดือน)
4. Central Sensitization และความแตกต่างของ Descending Modulation
ผู้หญิงมีกระบวนการส่งสัญญาณยับยั้งความเจ็บปวด ที่ทำงานได้น้อยกว่าผู้ชายโดยเฉลี่ย ยิ่ง DNIC ทำงานดี ยิ่งเจ็บน้อย
- ผิวผู้ชายมี microbiome ที่ต่างกับผู้หญิงในสัดส่วนของ Cutibacterium acnes และ Staphylococcus
- Microbiome บางชนิดผลิต substance P antagonists ที่ลดการรับรู้ความรู้สึกในชั้นผิว
- การเตรียมผิวก่อนหัตถการ เช่น การเช็ดเครื่องสำอาง หรืออื่นๆ ที่กระทบต่อชั้นผิว อาจทำลาย microbiome นี้และเพิ่มความเจ็บปวดชั่วคราว
ผู้ชายเหมาะกับโปรแกรมยกกระชับ แบบไหน
โปรแกรม Thermage

โปรแกรม Thermage ใช้ Monopolar Radiofrequency (RF) ความถี่ 6 MHz ส่งพลังงานความร้อนไปยังชั้น dermis ลึก 4–6 มม. ในการกระตุ้น collagen remodeling
- ผิวที่หนากว่าต้องการพลังงาน RF สูงกว่า ความร้อนที่ผิวชั้นนอกสูงกว่า จึงทำให้ระหว่างเข้ารับบริการรู้สึก ร้อนกว่า
- บริเวณที่ผู้ชายรู้สึกเจ็บมากที่สุดจากโปรแกรม Thermage คือบริเวณ jawline และ cheekbone ที่กระดูกอยู่ใกล้ผิว
- ผู้ชายที่มีเครา/หนวด หนาแน่น จะรู้สึกได้มากกว่าบริเวณที่ไม่มีหนวด เคาา เนื่องจากขนนำความร้อนสู่ชั้นผิวได้
ผิวผู้ชายในการเข้ารับบริการโปรแกรม Thermage FLX จะมีระบบ comfort pulse ที่สลับพลังงานร้อน-เย็น ช่วยลดความรู้สึกได้ดี เจ็บน้อยกว่า สบายตัวมากกว่า
The Clover Clinic ฟื้นฟูผิวผู้ชายอย่างตรงจุด
โปรแกรม Ulthera
โปรแกรม Ultherapy ใช้ High-Intensity Focused Ultrasound (HIFU) รวมพลังงานที่จุด focal point ที่ความลึก 1.5, 3.0, 4.5 และ 6 มม. สร้างความร้อนสูงถึง 60–70°C เฉพาะจุดใน 50–200 มิลลิวินาที

- โปรแกรม Ulthera เป็นหัตถการที่ผู้ชายรู้สึกเจ็บที่สุด เพราะพลังงานโฟกัสในชั้นลึก (SMAS)
- ผู้ชายที่มีใบหน้าเหลี่ยม อาจรู้สึกถึงพลังงานได้ชัดกว่า เพราะ HIFU focal point อยู่ใกล้เยื่อหุ้มกระดูก มากกว่า
ผลลัพธ์จากโปรแกรม Ulthera ในผู้ชายมักชัดเจนกว่าผู้หญิงในครั้งแรก เพราะ SMAS ที่หนากว่าตอบสนองต่อ collagen remodeling ได้ดีกว่า
The Clover Clinic กระชับรูขุมขน เผยผิวเรียบเนียน
โปรแกรม Oligio X
โปรแกรม Oligio X ใช้ Monopolar RF เช่นเดียวกับโปรแกรม Thermage แต่มีระบบ Real-Time Impedance Monitoring ที่ปรับพลังงานอัตโนมัติตามความต้านทานของผิวแต่ละจุด

- ผิวผู้ชายมีความต้านทานกระแสไฟที่หนาแน่นและสม่ำเสมอต่ำกว่าผิวผู้หญิง จึงเหมาะกับการเข้ารับบริการโปรแกรม Oligio X เนื่องจากมีระบบ impedance monitoring ลดโอกาสที่พลังงานจะสูงเกินในจุดที่ผิวบางหรือใกล้กระดูก
- ความรู้สึกจากโปรแกรม Oligio X จะอุ่น สบายผิว
โปรแกรม Oligio X เหมาะกับผู้ชายที่ต้องการยกกระชับโดยไม่ต้องพักฟื้น
ผู้ชายมี masseter muscle ที่แข็งแรงกว่า แพทย์จึงต้องให้พลังงานที่ลึกกว่าบริเวณกรอบหน้า กล้ามเนื้อหน้าผาก (frontalis) ผู้ชายหนากว่า โปรแกรมยกกระชับบริเวณคิ้วใช้พลังงานสูงกว่า แต่ผลลัพธ์ชัดกว่า ผิวคอผู้ชายมีกล้ามเนื้อหนากว่า จึงตอบสนองดีกับ HIFU ที่ระดับความลึก 4.5 มม. มากกว่า 3.0 มม.
The Clover Clinic ยกกระชับ ไม่ต้องพักฟื้น
คำถามที่พบบ่อย
ผู้ชายทำ โปรแกรม Ulthera เจ็บกว่าผู้หญิงไหม
โปรแกรม Ulthera ผู้ชายมักเจ็บกว่าผู้หญิงเล็กน้อย เพราะต้องใช้พลังงานสูงกว่า เพื่อให้ให้เกิดประสิทธิภาพในผิวที่หนากว่า (ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล โดยแพทย์เป็นผู้กำหนด)
โปรแกรม Thermage กับโปรแกรม Oligio X อันไหนเจ็บน้อยกว่าสำหรับผู้ชาย
- โปรแกรม Oligio X เจ็บน้อยกว่า ในผู้ชายเพราะระบบ impedance monitoring ป้องกันพลังงาน spike ในจุดที่ผิวบางหรือใกล้กระดูก
- โปรแกรม Thermage รู้สึกร้อนกว่าชัดกว่าบริเวณกระดูก
ผู้ชายควรทำโปรแกรมยกกระชับแบบไหนดีที่สุด
- ยกกระชับชั้นลึก (SMAS) เหมาะกับ โปรแกรม Ulthera
- กระตุ้น collagen ทั้งหน้า เหมาะกับ โปรแกรม Thermage หรือโปรแกรม Oligio X เหมาะกว่า





